เลือกเนยสดให้ถูก สูตรขนมจะอร่อยขึ้นทันที! รู้จักประเภทของเนยสดและวิธีเลือกใช้

เลือกเนยสดให้ถูก สูตรขนมจะอร่อยขึ้นทันที! รู้จักประเภทของเนยสดและวิธีเลือกใช้

หลายคนที่เริ่มทำขนมคงเคยเจอปัญหาเดียวกัน คือในสูตรเขียนเพียงว่า "ใช้เนยสด" แต่เมื่อเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตกลับพบว่า มีเนยให้เลือกหลายชนิด ทั้งเนยเค็ม เนยจืด เนยแท้ เนยผสมน้ำมันพืช รวมถึงเนยที่มีเปอร์เซ็นต์ไขมันต่างกัน

แล้วแบบไหนถึงจะเหมาะกับเมนูของเรา?

บทความนี้จะช่วยให้คุณเลือกเนยได้ง่ายขึ้น


เนยสดคืออะไร?

เนยสด (Butter) ผลิตจากไขมันนมวัว โดยการปั่นครีมสดจนไขมันแยกตัวออกมา ก่อนนำมารวมเป็นก้อนเนย

โดยทั่วไป เนยแท้จะมีไขมันนมประมาณ 80-82% ส่วนที่เหลือเป็นน้ำและของแข็งจากนม

ยิ่งมีไขมันนมมาก

  • กลิ่นหอมจะชัดกว่า
  • รสชาติเข้มข้นกว่า
  • ทำให้ขนมมีเนื้อสัมผัสที่ดีขึ้น

1. เนยแท้ (Pure Butter)

เป็นเนยที่ทำจากไขมันนมเกือบทั้งหมด

จุดเด่น

  • กลิ่นหอมธรรมชาติ
  • รสชาติกลมกล่อม
  • เหมาะกับงานเบเกอรี่แทบทุกชนิด
  • ให้สีสวยและรสชาติระดับร้านเบเกอรี่

เหมาะกับเมนู

  • คุกกี้
  • เค้ก
  • บัตเตอร์เค้ก
  • บราวนี่
  • ครัวซองต์
  • พัฟเพสตรี
  • ทาร์ต
  • บัตเตอร์ครีม

หากสูตรต้องการคุณภาพสูง ควรเลือกใช้เนยชนิดนี้


2. เนยยุโรป (European Butter)

เป็นเนยแท้อีกประเภทหนึ่ง แต่มีไขมันนมสูงประมาณ 82-86%

ข้อดี

  • หอมกว่าปกติ
  • ละลายในปาก
  • เนื้อเนียนกว่า
  • ทำให้ชั้นแป้งพัฟและครัวซองต์สวย

เหมาะกับ

  • ครัวซองต์
  • เดนิช
  • พัฟเพสตรี
  • คุกกี้พรีเมียม

3. เนยเค็ม (Salted Butter)

คือเนยแท้ที่เติมเกลือลงไปเล็กน้อย

ข้อดี

  • รับประทานกับขนมปังอร่อย
  • ใช้ทำอาหารได้ดี
  • เพิ่มรสชาติ

เหมาะกับ

  • ทาขนมปัง
  • ผัด
  • สเต๊ก
  • มันบด
  • ซอส

สำหรับงานเบเกอรี่สามารถใช้ได้ แต่ต้องลดเกลือในสูตรลง


4. เนยจืด (Unsalted Butter)

เป็นเนยที่ไม่ได้เติมเกลือ

ถือเป็นเนยมาตรฐานที่เชฟและร้านเบเกอรี่ส่วนใหญ่เลือกใช้ เพราะสามารถควบคุมปริมาณเกลือในสูตรได้เอง

เหมาะกับ

  • เค้กทุกชนิด
  • คุกกี้
  • บราวนี่
  • มาการอง
  • ชีสเค้ก
  • ขนมอบทุกประเภท

หากสูตรไม่ได้ระบุไว้ แนะนำให้เลือกเนยจืดเป็นอันดับแรก


5. เนยผสม (Butter Blend)

หลายคนเข้าใจว่าเป็นเนยแท้ แต่จริง ๆ แล้วเป็นการนำไขมันนมมาผสมกับน้ำมันพืช เช่น น้ำมันปาล์ม

จึงมีเปอร์เซ็นต์ไขมันนมน้อยกว่า

ข้อดี

  • ราคาถูกกว่า
  • เก็บได้นาน
  • ทาได้ง่าย

ข้อเสีย

  • กลิ่นเนยไม่ชัด
  • รสชาติไม่เข้มข้น
  • งานอบบางชนิดจะไม่หอมเท่าเนยแท้

เหมาะกับ

  • ขนมทั่วไป
  • เบเกอรี่ต้นทุนประหยัด
  • ทำไส้ขนม
  • ขนมที่มีเครื่องเทศหรือกลิ่นอื่นเด่นอยู่แล้ว

วิธีดูว่าเป็นเนยแท้หรือไม่

ก่อนซื้อ ลองอ่านฉลาก

หากระบุว่า

  • Butter
  • Pure Butter
  • Made from Milk
  • Milk Fat

มักเป็นเนยแท้

แต่ถ้าเขียนว่า

  • Butter Blend
  • Blended Butter
  • Dairy Spread
  • Vegetable Oil

แสดงว่ามีการผสมน้ำมันพืช


แล้วไขมันเนย 80% กับ 82% ต่างกันไหม?

ต่าง แต่ไม่มากสำหรับผู้เริ่มต้น

80% เหมาะกับการทำขนมทั่วไป

82% จะหอมกว่า เนื้อขนมจะนุ่มและละมุนกว่า โดยเฉพาะครัวซองต์ คุกกี้ และพาย

หากเป็นงานขายหรือเบเกอรี่พรีเมียม หลายร้านนิยมเลือกเนย 82%


ถ้าสูตรเขียนแค่ "เนยสด" ควรซื้อแบบไหนดี?

คำแนะนำง่าย ๆ คือ

  • ทำเค้ก → เนยจืด
  • ทำคุกกี้ → เนยจืด
  • ทำครัวซองต์ → เนยยุโรป
  • ทำบราวนี่ → เนยจืด
  • ทาขนมปัง → เนยเค็ม
  • ต้องการประหยัดต้นทุน → เนยผสม
  • ต้องการคุณภาพดีที่สุด → เนยแท้

สรุป

แม้จะเรียกว่า "เนยสด" เหมือนกัน แต่คุณภาพและส่วนผสมต่างกันมาก การเลือกเนยให้เหมาะกับเมนูจะช่วยให้ขนมหอมขึ้น เนื้อสัมผัสดีขึ้น และได้รสชาติใกล้เคียงสูตรต้นฉบับ

หากทำขนมเป็นประจำ การลงทุนเลือกใช้เนยแท้คุณภาพดีถือว่าคุ้มค่า เพราะความแตกต่างของกลิ่นและรสชาติสัมผัสได้ตั้งแต่คำแรก